วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Week 8 แนะนำ การใช้งาน โปรแกรม YTD DOWNLODER


    

สวัสดีค่ะ ทุกคนนนนน  วันนี้นะค่ะ จะมาแนะนำการใช้งานโปรแกรมหรือแอพลิเคชั่น YTD Downloader กันนะค่ะ โปรแกรมนี้เราสามารถใช้โหลดวิดีโอจากยูทูป  และยังสามารถแปลงให้เป็นรูปแบบวิดีโอที่เราต้องการได้อีกด้วย โปรแกรมนี้สามารถใช้งานได้ง่ายๆ เรามาดูวิธีการใช้งานกันดีกว่า 
    
1.เริ่มจากการโหลดโปรแกรมจากอินเตอร์เน็ตง่ายๆ เสิร์ชหาจากอากู๋


2.เมื่อเราดาวน์โหลดโปรแกรมมาเรียบร้อย หน้าตาก็จะออกมาเป็นแบบนี้ โดยจะให้เราไปเลือกคัดลอก URL คลิปที่ต้องการมาจากยูทูป



เวลาแบบนี้คงต้องใช้เพลงยอดฮิตแล้วละ 


 3.คัดลอกเสร็จ ก็ใส่ไปในช่อง Paste URL เลือกโฟลเดอร์เก็บไฟล์ของเราแล้วกดดาวน์โหลด



 4.รอโหลดไปซักพัก ระยะเวลาก็คงแล้วแต่เวรกรรมของคอมพิวเตอร์ของเราแล้วละค่ะ




 5. รอ Progress (ได้ไฟล์ MP4) ถ้าใครอยากได้ไฟล์อื่น ก็สามารถแปลงไฟล์ต่อได้ 




6. เมื่อดาวน์โหลดเสร็จ ให้มาที่หน้า Convert กดเลือกไฟล์ที่โหลดเสร็จ




 7. เมื่อเลือกไฟล์เสร็จ ให้เราตั้งค่าให้เรียบร้อย เช่นจะแปลงไฟล์เป็นไฟล์อะไร คุณภาพระดับไหน เสียงต้องเพิ่มมากกว่าเดิมหรือไม่และอย่าลืมดูโฟลเดอร์ที่เราต้องการให้ไฟล์ไปอยู่กด Conver Video เลย

รอ Progress สีส้มๆ  

 8.เมื่อเรียบร้อยกดเปิดโฟลเดอร์เป้าหมายของเราได้เลยเป็นอันเสร็จ






 แค่อ่านอาจจะไม่เข้าใจ เรามาดูวิดีโอสอนวิธีใช้โปรแกรมกันดีกว่า


 เป็นยังไงบ้างค่ะหลังจากได้อ่านและได้ชม วิธีการใช้โปรแกรมนี้ ง่ายๆเลย ใครๆก็สามารถทำได้  อย่าลืมลองทำกันนะค่ะ

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Week7 คอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์


    สวัสดีค่ะ ตอนนี้ก็เป็นสัปดาห์ที่ 7 แล้วนะค่ะ  วันนี้เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
     ก่อนอื่นเรามารู้ความหมายของคอมพิวเตอร์กันดีกว่าค่ะ
ภาพจากkankon789.blogspot.com
   
        คอมพิวเตอร์ (computer) เป็นอุปกรณ์ที่ประกอบด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์และไอซี (Intergrated Circuit : IC) ต่างๆมากมาย ซึ่งสามารถจดจำ ประมวลผลข้อมูล เปรียบเทียบ การคำนวณคณิตศาสตร์   นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ช่วยออกแบบและสร้างงานกราฟิกได้ อีกทั้งยังตอบสนองความต้องการของเราได้

ต่อมาเรามาดูเครือข่ายคอมพิวเตอร์กันค่ะ
ภาพจากwww.watwhanboon.ac.th

        เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (computer network) เป็นการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถใช้ข้อมูลและทรัพยากรร่วมกันได้  เช่น สามารถใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน สามารถใช้ฮาร์ดดิสก์ร่วมกัน แบ่งปันการใช้อุปกรณ์อื่นๆ ที่มีราคาแพง หรือไม่สามารถจัดหาให้ทุกคนได้ แม้กระทั่งสามารถใช้โปรแกรมร่วมกันได้ เป็นการลดต้นทุนขององค์กร

         เครืองข่ายคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกเป็นประเภทตามพื้นที่ที่ครอบคลุมการใช้งานของเครือข่าย  ดังนี้

         1)เครือข่ายส่วนบุคคล หรือ แพน (Personal Area Network) เป็นเครือข่ายที่ใช้ส่วนบุคคล เช่น การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์มือถือ  การเชื่อมต่อพีดีเอกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งการเชื่อมต่อแบบนี้จะอยู่ในระยะใกล้ และมีการเชื่อมต่อแบบไร้สาย
ภาพจากwww.wimut.ac.th

           
          2)เครือข่ายเฉพาะที่ หรือแลน (Local Area Network) เป็นเครือข่ายที่ใช้ในการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน  เช่น ภายในบ้าน ภายในสำนักงาน และภายในอาคาร  สำหรับการใช้งานภายในบ้านนั้นอาจเรียกเครือข่ายประเภทนี้ว่า เครือข่ายพักอาศัย (home network)  ซึ่งอาจใช้การเชื่อมต่อแบบใช้สายหรือไร้สาย
ภาพจาก itiisandtherook.wordpress.com
         
       
             3)เครือข่ายนครหลวง หรือแมน (Metropolitan Area Network)  เป็นเครือข่ายที่ใช้เชื่อมโยงแลนที่อยู่ไกลออกไป เช่น การเชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างสำนักงานที่อาจอยู่คนละอาคาร และมีระยะทางไกลกัน การเชื่อมต่อเครือข่ายชนิดนี้อาจใช้สายไฟเบอร์ออพติก หรือบางครั้งอาจใช้ไมโครเวฟเชื่อมต่อ  เครือข่ายแบบนี้ที่ใช้ในสถานศึกษามีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เครือข่ายแคมปัส (Campus Area Network : CAN)


          4)เครือข่ายวงกว้าง หรือ แวน (Wide Area Network) เป็นเครือข่ายที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอื่นที่อยู่ไกลจากกันมาก เช่น เครือข่ายระหว่างจังหวัด หรือระหว่างภูมิภาค รวมไปถึงเครือข่ายระหว่างประเทศ
ภาพจากkanjanakt.blogspot.com


 รูปร่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์
 การเชื่อมต่อเครือข่ายมีอยู่ด้วยกันหลายลักษณะ แต่ลักษณะที่นิยมใช้นั้นมีอยู่ด้วยกัน 4 ลักษณะ ได้แก่
 

1.แบบดาว (Star Network)

          เป็นลักษณะของการต่อเครือข่ายที่ Work station แต่ละตัวต่อรวมเข้าสู่ศูนย์กลางสวิตซ์ เพื่อสลับตำแหน่งของเส้นทางของข้อมูลใด ๆ ในระบบ ดังนั้นใน โทโปโลยี แบบดาว คอมพิวเตอร์จะติดต่อกันได้ใน 1 ครั้ง ต่อ 1 คู่สถานีเท่านั้น เมื่อสถานีใดต้องการส่งข้องมูลมันจะส่งข้อมูลไปยังศูนย์กลางสวิทซ์
ก่อน เพื่อบอกให้ศูนย์กลาง สวิตซ์มันสลับตำแหน่งของคู่สถานีไปยังสถานีที่ต้องการติดต่อด้วย ดังนั้นข้อมูลจึงไม่เกิดการชนกันเอง ทำให้การสื่อสารได้รวดเร็ว เมื่อสถานีใดสถานีหนึ่งเสีย ทั้งระบบจึงยังคงใช้งานได้ ในการค้นหาข้อบกพร่องจุดเสียต่างๆ จึงหาได้ง่ายตามไปด้วย แต่ก็มีข้อเสียที่ว่าต้องใช้งบประมาณสูง ในการติดตั้งครั้งแรก ลักษณะการเชื่อมต่อ เป็นดังรูป

ภาพจากwww.skn.ac.th
 ข้อดี
- ติดตั้งและดูแลง่าย แม้ว่าสายที่เชื่อมต่อไปยังบางโหนดจะขาด โหนด ที่เหลืออยู่ก็ยังจะสามารถทำงานได้ ทำให้ระบบเน็ตเวิร์กยังคงสามารถทำงานได้เป็นปกติ
- การมี Central node อยู่ตรงกลางเป็นตัวเชื่อมระบบ ถ้าระบบเกิดทำงานบกพร่องเสียหาย ทำให้เรารู้ได้ทันทีว่าจะไปแก้ปัญหาที่ใด
ข้อเสีย
- เสียค่าใช้จ่ายมาก ทั้งในด้านของเครื่องที่จะใช้เป็น central node และค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสายเคเบิลในสถานีงาน
- การขยายระบบให้ใหญ่ขึ้นทำได้ยาก เพราะการขยายแต่ละครั้งจะต้องเกี่ยวเนื่องกับโหนดอื่นๆ ทั้งระบบ
- เครื่องคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางมีราคาแพง



แบบวงแหวน (Ring Network)

          ได้ถูกออกแบบให้ใช้ Media Access Units (MAU) ต่อรวมกันแบบเรียงลำดับเป็นวงแหวน แล้วจึงต่อ คอมพิวเตอร์ (PC) ที่เป็น Workstation หรือ Server เข้ากับ MAU ใน MAU 1 ตัวจะสามารถต่อออกไปได้ถึง 8 สถานี เมื่อสถานีถัดไปนั้นรับรู้ว่าต้องรับข้อมูล แล้วมันจึงส่งข้อมูลกลับ เป็นการตอบรับ เมื่อสถานีที่จะส่งข้อมูลได้รัยสัญญาณตอบรับ แล้วมันจึงส่งข้อมูลครั้งแรก แล้วมันจะลบข้อมูลออกจากระบบ เพื่อให้ได้ใช้ข้อมูลอื่นๆ ต่อไป ดังนั้นทุกสถานีบน โทโปโลยี วงแหวนจะได้ทำงานทั้งหมดซึ่งจะคอยเป็นผู้รับและผู้ส่งแล้วยังเป็นรีพีทเตอร์ในตัวอีกด้วย ข้อมูลที่ผ่านไปแต่ละสถานี นั้น ข้อมูลที่เป็นตำแหน่งที่ อยู่ตรงกับ สถานีใด สถานีนั้นจะรับข้อมูลเก็บไว้ แต่มันจะไม่ลบข้อมูลออกจากระบบ มันยังคงส่งข้อมูลต่อไป ดังนั้นผู้ส่งข้อมูลครั้งแรกเท่านั้นที่จะเป็นผู้ลบข้อมูล ออกจากระบบ ครั้นเมื่อสถานีส่ง TOKEN มาถามสถานีถัดไปแล้วแต่กลับไม่ได้รับคำตอบ สถานีส่ง TOKEN จะทวนซ้ำข้อมูลเป็นครั้งที่สอง ถ้ายังคงไม่ได้รับคำตอบ จึงส่งข้อมูลออกไปได้ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาที่ไม่ให้ระบบหยุดชะงักการทำงานลงของระบบ เนื่องจากสถานีหนึ่งเกิดการเสียหาย หรือชำรุด ระบบจึงยังคงสามารถทำงานต่อไปได้ ลักษณะการเชื่อมต่อ เป็นดังรูป 

ภาพจากearth-ring.blogspot.com
 ข้อดี
- ใช้เคเบิลและเนื้อที่ในการติดตั้งน้อย
- คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเน็ตเวิร์กมีโอกาสที่จะส่งข้อมูลได้อย่างทัดเทียมกัน
ข้อเสีย
- หากโหนดใดโหนดหนึ่งเกิดปัญหาขึ้นจะค้นหาได้ยากว่าต้นเหตุอยู่ที่ไหน และวงแหวนจะขาดออก




แบบบัส (Bus Network)

          เป็นลักษณะของการนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อ เป็นระบบเครือข่าย ด้วยสายเคเบิลยาวต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ โดยมีคอนเน็คเตอร์ในการเชื่อมต่อ โดยลักษณะของการส่งหรือรับข้อมูล จะเป็นการส่งข้อมูล ทีละเครื่องในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ เท่านั้นจากนั้นเครื่องปลายทาง ก็จะส่งสัญญาณข้อมูลกลับมา และในการเชื่อมต่อในระบบ Bus นี้จะต้องมี T-Connector ที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ และมี Terminator เป็นอุปกรณ์ปิดปลายสายสัญญาณ ของทั้ง
ระบบ ซึ่ง Terminaltor จะคอยเป็นตัวดูดซับสัญญาณไม่ให้มีการไหลกับไป กวนกับระบบสัญญาณอื่นในสาย ซึ่งโดยทั่วไป จะมีค่าความต้านทานประมาณ
50 โอห์ม บางครั้งถ้าไม่มี Terminator เราสามารถให้ตัว R ทั่วไปที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ขนาด 50 โอห์มแทนได้เหมือนกัน ลักษณะการเชื่อมต่อก็จะเป็นดังรูป


ภาพจาก www.krui3.com
 ข้อดี
- ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการวางสายเคเบิลมากนัก
- สามารถขยายระบบได้ง่าย
- เสียค่าใช้จ่ายน้อย
ข้อเสีย
- อาจเกิดข้อผิดพลาดง่าย เนื่องจากทุกเครื่องคอมพิวเตอร์ดต่อยู่บนสายสัญญาณเพียงเส้นเดียว ดังนั้นหากมีการขาดที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ก็จะทำให้เครื่องอื่นส่วนใหญ่หรือทั้งหมดในระบบไม่สามารถใช้งานได้ตามไปด้วย
- การตรวจหาโหนดเสีย ทำได้ยากเนื่องจากขณะใดขณะหนึ่งจะมีคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวเท่านั้นที่สามารถส่งข้อความออกมาบนสายสัญญาณ ดังนั้นถ้ามีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากๆ อาจทำให้เกิดการคับคั่งของเน็ตเวิร์ก ซึ่งจะทำให้ระบบช้าลงได้


 
แบบผสม (Hybrid Network)

             เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ผสมผสานระหว่างรูปแบบต่างๆ หลายๆ แบบเข้าด้วยกัน คือจะมีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ย่อย หลายๆ เครือข่ายเพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานเครือข่ายบริเวณกว้างเป็นตัวอย่างเครือข่ายผสมที่พบเห็นกัน มากที่สุด เครือข่ายแบบนี้จะเชื่อมต่อเครือข่ายเล็ก-ใหญ่ หลากหลายแบบเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายเดียว ซึ่งเครือข่ายที่ถูกเชื่อมต่ออาจจะอยู่ห่างกันคนละจังหวัด หรือ อาจจะอยู่คนละประเทศก็เป็นได้

ภาพจากkruartit.com
การเข้าถึงระยะไกล
              คุณสมบัติเด่นอย่างหนึ่งของเครือข่ายแบบผสมก็คือ ผู้ใช้สามารถเชื่อม ต่อกับเครือข่ายจากระยะไกลเช่น อยู่ที่บ้าน หรืออยู่ภาคสนามได้ ในการ เชื่อมต่อก็จะได้คอมพิวเตอร์สั่งโมเด็มหมุนสัญญาณให้วิ่งผ่านสาย โทรศัพท์ไปเชื่อมต่อกับเครือข่ายหลังจากการเชื่อมต่อผู้ใช้สามารถเข้าไป
เรียกใช้ข้อมูลได้สมือนกับว่ากำลังใช้เครือข่ายที่บริษัท

    การบริหารเครือข่าย
              เนื่องจากเครือข่ายผสมเป็นการผสมผสานเครือข่ายหลายแบบเข้าด้วย กัน ซึ่งแต่ละเครือข่ายก็มีรายละเอียดทางเทคนิคแตกต่างกันไป  ดังนั้น การบริหารเครือข่ายก็อาจจะยากกว่าเครือข่ายแบบอื่น ๆด้วยเหตุนี้ บริษัทที่มีเครือข่ายผสมขนาดใหญ่ของตัวเองก็มักจะตั้งแผนกที่ทำหน้าที่ดูแลและบริหารเครือข่ายนี้โดยเฉพาะ

    ค่าใช้จ่าย
              โดยปกติเครือข่ายแบบผสมจะมีราคาแพงกว่าเครือข่ายแบบต่างๆ เพราะ เครือข่ายแบบนี้เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ และมีความซับซ้อนสูง นอกจากนี้ยังต้องมีการลงทุนเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยมากกว่า เครือข่ายอื่นอีกด้วย เนื่องจากเป็นการเชื่อมต่อระยะไกล

เสริมความรู้
การเชื่อมโยงเครือข่าย 
เทคโนโลยีแบบใช้สายเทคโนโลยีแบบใช้สายต่อไปนี้เรียงลำดับตามความเร็วจากช้าไปเร็วอย่างหยาบๆ
สายUTP
สายคู่บิดเป็นสื่อที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดสำหรับการสื่อสารโทรคมนาคมทั้งหมด สายคู่บิดประกอบด้วยกลุ่มของสายทองแดงหุ้มฉนวนที่มีการบิดเป็นคู่ๆ สายโทรศัพท์ธรรมดาที่ใช้ภายในบ้านทั่วไปประกอบด้วยสายทองแดงหุ้มฉนวนเพียงสองสายบิดเป็นคู่ สายเคเบิลเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (แบบใช้สายอีเธอร์เน็ตตามที่กำหนดโดยมาตรฐาน IEEE 802.3) จะเป็นสายคู่บิดจำนวน 4 คู่สายทองแดงที่สามารถใช้สำหรับการส่งทั้งเสียงและข้อมูล การใช้สายไฟสองเส้นบิดเป็นเกลียวจะช่วยลด crosstalk และการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าระหว่างสายภายในเคเบิลชุดเดียวกัน ความเร็วในการส่งอยู่ในช่วง 2 ล้านบิตต่อวินาทีถึง 10 พันล้านบิตต่อวินาที สายคู่บิดมาในสองรูปแบบคือคู่บิดไม่มีต้วนำป้องกัน(การรบกวนจากการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าภายนอก) (unshielded twisted pair หรือ UTP) และคู่บิดมีตัวนำป้องกัน (shielded twisted pair หรือ STP) แต่ละรูปแบบออกแบบมาหลายอัตราความเร็วในการใช้งานในสถานการณ์ต่างกัน
รูปแสดง STP จะเห็น sheath ที่เป็นตัวนำป้องกันอยู่รอบนอก
สายโคแอคเชียลถูกใช้อย่างแพร่หลายสำหรับระบบเคเบิลทีวี, ในอาคารสำนักงานและสถานที่ทำงานอื่นๆ ในเครือข่ายท้องถิ่น สายโคแอคประกอบด้วยลวดทองแดงหรืออะลูมิเนียมเส้นเดี่ยวที่ล้อมรอบด้วยชั้นฉนวน (โดยปกติจะเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นกับไดอิเล็กทริกคงที่สูง) และล้อมรอบทั้งหมดด้วยตัวนำอีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าจากภายนอก ฉนวนไดอิเล็กทริกจะช่วยลดสัญญาณรบกวนและความผิดเพี้ยน ความเร็วในการส่งข้อมูลอยู่ในช่วง 200 ล้านบิตต่อวินาทีจนถึงมากกว่า 500 ล้านบิตต่อวินาที
รูปแสดงสายโคแอคเชียล

'ITU-T G.hn เป็นเทคโนโลยีที่ใช้สายไฟที่มีอยู่ในบ้าน (สายโคแอค, สายโทรศัพท์และสายไฟฟ้า) เพื่อสร้างเครือข่ายท้องถิ่นความเร็วสูง (ถึง 1 Gb/s)

        ใยแก้วนำแสง เป็นแก้วไฟเบอร์ จะใช้พัลส์ของแสงในการส่งข้อมูล ข้อดีบางประการของเส้นใยแสงที่เหนือกว่าสายโลหะก็คือมีการสูญเสียในการส่งน้อยและมีอิสรภาพจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและมีความเร็วในการส่งรวดเร็วมากถึงล้านล้านบิตต่อวินาที เราสามารถใช้ความยาวคลื่นที่แตกต่างของแสงที่จะเพิ่มจำนวนของข้อความที่ถูกส่งผ่านสายเคเบิลใยแก้วนำแสงพร้อมกันในเส้นเดียวกัน
ภาพจากwww.bloggang.com


เทคโนโลยีไร้สาย
'ไมโครเวฟบนผิวโลก - การสื่อสารไมโครเวฟบนผิวโลกจะใช้เครื่องส่งและเครื่องรับสัญญาณจากสถานีบนผิวโลกที่มีลักษณะคล้ายจานดาวเทียม ไมโครเวฟภาคพื้นดินอยู่ในช่วงกิกะเฮิรตซ์ที่ต่ำ ซึ่งจำกัดการสื่อสารทั้งหมดด้วยเส้นสายตาเท่านั้น สถานีทวนสัญญาณมีระยะห่างประมาณ 48 กิโลเมตร (30 ไมล์)
ภาพจากwww.huaikrot.ac.th

ดาวเทียมสื่อสาร - การสื่อสารดาวเทียมผ่านทางคลื่นวิทยุไมโครเวฟที่ไม่ได้เบี่ยงเบนโดยชั้นบรรยากาศของโลก ดาวเทียมจะถูกส่งไปประจำการในอวกาศ ที่มักจะอยู่ในวงโคจร geosynchronous ที่ 35,400 กิโลเมตร (22,000 ไมล์) เหนือเส้นศูนย์สูตร ระบบการโคจรของโลกนี้มีความสามารถในการรับและถ่ายทอดสัญญาณเสียง, ข้อมูลและทีวี

ภาพจากgreentae.wordpress.com
 ระบบเซลลูลาร์และ PCS ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารวิทยุหลายเทคโนโลยี ระบบแบ่งภูมิภาคที่ครอบคลุมออกเป็นพื้นที่ทางภูมิศาสตร์หลายพื้นที่ แต่ละพื้นที่มีเครื่องส่งหรืออุปกรณ์เสาอากาศถ่ายทอดสัญญาณวิทยุพลังงานต่ำเพื่อถ่ายทอดสัญญาณเรียกจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่งข้างหน้า
ภาพจากwww.mvt.co.th


  เทคโนโลยีวิทยุและการแพร่กระจายสเปกตรัม - เครือข่ายท้องถิ่นไร้สายจะใช้เทคโนโลยีวิทยุความถี่สูงคล้ายกับโทรศัพท์มือถือดิจิทัลและเทคโนโลยีวิทยุความถี่ต่ำ. LAN ไร้สายใช้เทคโนโลยีการแพร่กระจายคลื่นความถี่เพื่อการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์หลายชนิดในพื้นที่จำกัด. IEEE 802.11 กำหนดคุณสมบัติทั่วไปของเทคโนโลยีคลื่นวิทยุไร้สายมาตรฐานเปิดที่รู้จักกันคือ Wifi
ภาพจากwww.v3.co.uk

  การสื่อสารอินฟราเรด สามารถส่งสัญญาณระยะทางสั้นๆมักไม่เกิน 10 เมตร ในหลายกรณีส่วนใหญ่ การส่งแสงจะใช้แบบเส้นสายตา ซึ่งจำกัดตำแหน่งการติดตั้งของอุปกรณ์การสื่อสาร
ภาพจากsupport-th.canon-asia.com

  เครือข่ายทั่วโลก (global area network หรือ GAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้สำหรับการสนับสนุนการใช้งานมือถือข้ามหลายๆ LAN ไร้สาย หรือในพื้นที่ที่ดาวเทียมครอบคลุมถึง ฯลฯ ความท้าทายที่สำคัญในการสื่อสารเคลื่อนที่คือการส่งมอบการสื่อสารของผู้ใช้จากพื้นที่หนึ่งไปอีกพื้นที่หนึ่ง ใน IEEE 802 การส่งมอบนี้เกี่ยวข้องกับความต่อเนื่องของ LAN ไร้สายบนผิวโลก .
ภาพจาก7570nj.blogspot.com


     เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ หลังจากได้อ่านข้อมูลเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งคงเป็นความรู้ใหม่สำหรับหลายๆคน ในสัปดาห์หน้าเราจะมาเขียนเกี่ยวกับอะไร อย่าลืมติดตามกันนะค่ะ



         



ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก 
- หนังสือเรียนรายวิชา เทคโนโลยีและสารสนเทศ และ การสื่อสาร
-http://www.chakkham.ac.th/technology/network/network01.html

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Week6 วิเคราะห์ข้อสอบ onet คอมพิวเตอร์ 5 ข้อ

      สวัสดีค่ะ  ทุกคนนนน  วันนี้เราจะมานำเสนอตัวอย่างข้อสอบ ONET คอมพิวเตอร์ ที่มีประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ ม.6 มากๆ เลย จะเป็นยังไงไปดูกันเลยย
ภาพจาก campus.sanook.com

                O-NET คืออะไร ทำไมต้องสอบ ?
 O-NET คือ การทดสอบการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ซึ่งในภาษาฝรั่งก็คือ Ordinary National Education Test ที่จัดสอบโดย สทศ. ชื่อเต็มๆ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ในชื่อภาษาอังกฤษ National Institute of Educational Testing Service ตัวย่อ NIETS
ซึ่งการสอบ O-NET นี้จะใช้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดต่างๆให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งก็จะใช้วัดความรู้และความคิดของนักเรียนในระดับ ป.6 ม.3 และ ม.6 โดย ที่ข้อสอบจะประกอบไปด้วยเนื้อหา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่
  1. ภาษาไทย
  2. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
  3. ภาษาอังกฤษ
  4. คณิตศาสตร์
  5. วิทยาศาสตร์
  6. สุขศึกษาและพลศึกษา
  7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี
  8. ศิลปะ
และนอกจาก O-NET จะใช้เป็นตัววัดระดับการศึกษาของเด็กไทยแล้ว ยังเป็นคะแนนที่น้องๆระดับชั้นต่างๆต้องนำไปใช้ในการสมัครเข้าเรียนระดับ ชั้นต่อไปด้วย ก็คือ น้องๆชั้น ป.6 และ ม.3 ต้องใช้คะแนน O-NET สมัครเข้าเรียน ม.1 และ ม. 4 โดยให้น้ำหนัก 20% (โดยจะมีผลตั้งแต่ปีการศึกษา 2554 เป็นต้นไป) และสำหรับน้อง ม.6 ใช้คะแนน O-NET ในการสมัคร Admission 30%

         เห็นกันไปแล้วนะค่ะ ว่าการสอบ ONET สำคัญกับเราแค่ไหน ถ้าอย่างงั้น เรามาดูข้อสอบ ONET คอมพิวเตอร์ กันดีกว่า
        < ข้อสอบวิชาคอมพิวเตอร์ จะอยู่ในหมวด การงานอาชีพและเทคโนโลยี >

      

1.ข้อใดไม่ใช่ระบบปฏิบัติการที่นำมาใช้บนอุปกรณ์พกพา ประเภท  Smartphone.                          
  1.  Ubumtu                          2.  Iphone  os                 
  3.  Android                          4.  Symbian
ตอบ 1 Ubumtu  เพราะ Ubumtu เป็นระบบปฎิบัติการในคอมพิวเตอร์

2.ข้อใดไม่ใช่ข้อเสียของการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์.
  1.  การทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์มีความผิดทางอาญา
  2.  เป็นช่องทางหนึ่งในการระบาดของไวรัสคอมพิวเตอร์
  3.  ผู้ใช้จะไม่ได้รับการบริการจากผู้พัมนาถ้าหากมีปัญหาการใช้งาน
  4.  ทำให้ผู้พัมนาซอฟแวร์ไม่มีรายได้เพื่อประกอบการและพัฒนาต่อไปได้

ตอบ 2 เป็นช่องทางหนึ่งในการระบาดของไวรัสคอมพิวเตอร์ เพราะ การละเมิดลิขสิทธิ์ หมายถึง การนำผลงานของผู้อื่นมาใช้ เผยแพร่ ดัดแปลง ทำซ้ำ โดยผู้เป็นเจ้าของผลงานไม่อนุญาตหรือไม่ได้รับทราบ  

3.ไฟล์ประเภทใดในข้อต่อไปนี้เก็บข้อมูลในลักษณะตัวอักษร.
  1.  ไฟล์เพลง  MP 3 (mp 3)
  2.  ไฟล์รูปประเภท  JPEG (jpeg)
  3.  ไฟล์แสดงผลหน้าเว็บ (html)
  4.  ไฟล์วีดีโอประเภท  Movie (movie) 

ตอบ 3 ไฟล์แสดงผลหน้าเว็บ (html)  เพราะ  HTML คือ ภาษาหลักที่ใช้ในการเขียนเว็บเพจ โดยใช้ Tag ในการกำหนดการแสดงผล HTML ย่อมาจากคำว่า Hypertext Markup Language  
 


4.ห้องสมุดแห่งหนึ่งต้องการพัมนาระบบยืมหนังสือโดยสามารถบันทึกข้อมูลการยืมหนังสือลงบนบัตรอิเลคโทรนิกส์โดยไม่ต้องเขียนด้วยมือระบบนี้ควรใช้เทคโนโลยีในข้อใด.
    1.  Smart  Card           2.  Fingerprint
    3.  Barcode                 4.  WiFi

ตอบ 3 Barcode  เพราะ Barcode สามารถนำมาใช้ตรวจสอบการเข้า-ออก ของหนังสือได้



6.ลิขสิทธิ์โปรแกรมประเภทรหัสเปิด(Open Source)อนุญาต
ให้ผู้ใช้ทำอะไรได้บ้าง.
    ก.  นำโปรแกรมมาใช้งานโดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์
    ข.  ทดลองใช้โปรแกรมก่อนถ้าพอใจจึงจ่ายค่าลิขสิทธิ์ 

    ค.  แก้ไขปรับปรุงโปรแกรมเองได้

   1.  ข้อ  ก กับ  ข้อ  ค           2.  ข้อ  ข  กับ  ข้อ  ค  

   3.  ข้อ  ข  อย่างเดียว          4.  ข้อ  ก  อย่างเดียว
 
ตอบ 4 ข้อ ก อย่างเดียว ลิขสิทธิ์โปรแกรมประเภทรหัสเปิด คือ ซอฟต์แวร์ที่เปิดแผยหลักการหรือแหล่งที่มาของเทคโนโลยีของซอฟต์แวร์นั้นให้บุคคลภายนอกได้ใช้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

เป็นยังไงบ้างค่ะ หลังจากได้เห็นตัวอย่างข้อสอบ Onet คอมพิวเตอร์กันไปแล้ว  คงไม่ยากเกินไปสำหรับเพื่อนๆ  แต่ก็อย่าลืมเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบ กันนะค่ะ เพราะ ONET เราสามารถสอบได้แค่ครั้งเดียวในชีวิต  ขอให้เพื่อนๆทุกคนโชคดีค่าาาา 




ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.slideshare.net/krunjoy/onet-53-16211342




































วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Week 5 เทยเที่ยวไทย

ฮัลโหลววววววววววว ทุกคนวันนี้จะมาแนะนำทุกๆคนให้รู้จักกับรายการ         "เทยเที่ยวไทย" ค่ะ เคยดูกันรึเปล่าเอ่ย  รายการนี้เป็นรายการที่เราชอบมากๆ เลย  ซึ่งเราได้มีโอกาสติดตามมาตั้งแต่ตอนแรก เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงน้ำท่วมกรุงเทพ เราจึงมีเวลาว่างนั่งเปิดโทรทัศน์ดู จนเจอกับรายการนี้ หลังจากนั้นก็ติดตามมาตลอดเลยค่ะ แต่บางคนอาจจะไม่รู้จักรายการนี้ งั้นเราไปทำความรู้จักกันเลยค่ะ


ภาพจาก www.onehd.net

     รายการ เทยเที่ยวไทย  ดูจากชื่อแล้วทุกคนน่าจะเดากันออก ว่าเป็นรายการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ที่มีกะเทย 3 องค์ เป็นพิธีกร
 ออกอากาศครั้งแรกวันที่ 8 ตุลาคมพ.ศ. 2554ซึ่งพิธีกรแต่ละคนก็มี
บุคคลิกที่แตกต่างกันออกไป งั้นเรามารู้จักกันทีละคนเลยดีกว่าค่ะ

ภาพจาก instagram.kapook.com

      ป๋อมแป๋ม กะเทยหัวโปก เจ้าแม่ครีเอทีฟที่มีหน้าตาเหมือนกับมาดามมด  จนหลายคนสับสน เป็นพิธีกรข้ามเพศที่ไม่มีใครเหมือน
ไม่ได้แต่งหญิง ล่ำและหัวเกรียน เป็นคนฮาชนิดขี้แตกขี้แตน แถมความสามารถล้นมาก คร่ำหวอดทางด้านวงการโทรทัศน์มากว่า10 ปี เป็น producer รายการ GMM TV รวมทั้งเป็นผู้ริเริ่มรายการ
 5 Live อีกด้วย ซึ่งหลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตา ป๋อมแป๋ม มากกว่าสมาชิกคนอื่นๆ เพราะ นอกจากนี้ ป๋อมแป๋มยังมีผลงานละคร และ มิวสิควิดีโออีกด้วย

 ผลงาน
  • ครีเอทีฟรายการ five live
  • พิธีกรและโปรดิวเซอร์รายการ เทยเที่ยวไทย
  • พิธีกรรายการแตกฟอง Live
  • ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการ สถานีโทรทัศน์แบงแชนแนล

ผลงานละคร
ผลงานภาพยนต์
  • ชอบกดไลค์ ใช่กดเลิฟ
  • เกรียนฟิกชั่น
  • The Library ห้องสมุดแห่งรัก
  • Present Perfect หากว่าย้อนเวลากลับไปได้

ผลงานมิวสิควีดีโอ

ภาพจาก tvshow.tlcthai.com

คนต่อมา ก็อตจิ กะเทยหน้าหมวย น้องเล็กสุดในรายการ ที่มีมีความฮาตั้งแต่หน้า และมีความสามารถพิเศษในการพูดภาษาจีน 
นางมีความฮาแรงแบบเปิดเผย ชอบแต่งตัวแต่งหน้า มีประสบการณ์ทางโทรทัศน์ เป็นคนเขียนบทสคริปต์ในรายการ 5 Live


ภาพจากwww.ryt9.com

       คนสุดท้าย กะเทยหน้าสวย พี่ใหญ่สุดในรายการ ที่มาพร้อมกับความรู้และความเรียบร้อย แต่แอบฮาเบาๆ แบบไม่โจ่งแจ้ง และเป็นผู้ริเริ่มรายการ    "เทยเที่ยวไทย" เป็น co-producer มีประสบการณ์ในวงการเพียบ ไม่ว่าจะเป็นพิธีกร เล่นมิวสิกวีดีโอ หรือสอนแต่งหน้า มีความอึดถึกทน มากกว่าคนอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีคำนำหน้าชื่อเป็น สิบโท อีกด้วย
    
     เห็นอย่างนี้  ก็อย่าพึ่งดูถูกกัน เพราะ ทั้ง 3 เทย เรียนจบจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เลยทีเดียว
หลังจากแนะนำพิธีกรกันไปแล้ว เรามาทำความรู้จักรายการต่อกันดีกว่า

     "" รายการท่องเที่ยวแบบไลฟ์สไตล์ของกะเทย รายการรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดในประเทศไทยมาก่อน กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ในโซเชี่ยลมีเดีย อย่าง "Youtube"
     ด้วยความที่ "เทยเที่ยวไทย" เป็นรายการเชิงท่องเที่ยวที่ไม่หนักด้วยสาระจนเกินไป ตลอดรายการดำเนินไปด้วยเสียงหัวเราะ และแง่คิดแปลกๆ อีกมุมหนึ่งของบรรดาพิธีกรที่ตัวเป็นชาย แต่ใจเป็นหญิง (เรียกง่ายๆ ว่าตุ๊ด หรือกระเทย) จึงทำให้คนดู ติดรายการนี้งอมแงมไปเลย
      นอกจากพิธีกร ทั้ง 3 จะฮา แซ่บ มีสาระครบรสแล้ว ยังมีอีกช่วงหนึ่งของรายการ "เทยเที่ยวไทย" ที่ประทับใจเป็นที่สุด นั่นก็คือช่วง "Wanna Be On Top" เป็นช่วงที่พิธีกรแข่งขันกันถ่ายแบบโดยคอนเซปต์ในแต่ละอาทิตย์จะไม่เหมือน กัน และจะให้ผู้คนในสถานที่ที่ไปเที่ยว มาเป็นผู้ตัดสิน ช่วงนี้ทั้ง 3 คนจะแต่งองค์ทรงเครื่องแน่นสุดพลัง พร้อมโพสท่าแน่นสุดฤทธิ์ ทั้ง 3 คนจะมีท่าเด็ด ท่ายาก และเริ่ดได้ใจแค่ไหน เรามาดูภาพตัวอย่างกันเลยยย



เทย เที่ยว ไทย

คลิกชมภาพต่อไป
    


คลิกชมภาพต่อไป
คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

            ซึ่งดูจากการโพสท่าของแต่ละคนแล้ว ไม่ธรรมดาเลย สามารถนำไปใช้ได้นะค่ะ เพื่อเพิ่มอลังการของรูปภาพ 55555
            นอกจากรายการเที่ยวไทยจะออกอากาศแล้ว ยังมีการจัดคอนเสิร์ตอีกด้วย ซึ่งแฟนคลับไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะเห็นความฮากันแบบตัวเป็นๆแล้ว ยังได้เห็นความสามารถด้านการเต้น และการร้องเพลงของแต่ละคนอีกด้วย  ซึ่งชื่อคอนเสิร์ตนั้น ก็มีความเก๋ไก๋แปลกตามากๆ ซึ่งอาจจะจำยากนิดนึง
คือ เทยแฟร์ เฟสติวัล คาร์นิวัล แห่แหนประจำปี

 เราไปดูตัวอย่างกันเลย



       








 เพลงโคฟเวอร์ก็มา




 หลังจากดูตัวอย่างกันไปแล้ว จะเห็นได้ว่าแต่ละคนมีความฮาแค่ไหน  ใครไม่ดูนี่ถือว่าพลาด ค่ะ
เพราะเป็นรายการที่มีความฮา มากกว่าสาระ เป็นรายการที่สร้างความสุขให้แก่ทุกๆคน  อย่าลืมติดตามชมกันนะค๊าาาาาาาาา